มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

หมิงฮอนซ้ง

สนาม: สถานีโทรทัศน์เฮยหลงเจียง

บทนำ: สุเทพ โต้อนุกรรมการไต่สวน ปปช อ้างเอกสารผิด อ่านไม่เข้าใจ ปมสร้างโรงพัก ตร จวกแยกไม่ออกระหว่างรูปแบบลงทุน-วิธีจัดจ้าง ด้านเพื่อไทยปูด กรรมาธิการงบฯ ซีกประชาธิปัตย์เสนอเอง ไม่ให้รวมศูนย์การประมูลโครงการ 396 โรงพัก มั่นใจมีคนเอี่ยวทุจริต วอน ปปชตรวจสอบหาคนโกง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) ว่า นอกจากคณะอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จะตั้งข้อกล่าวหาใหญ่ๆ กับตนแล้ว ยังมีอีก 9 ประเด็นย่อยซึ่งจะขอนำเสนอวันละ 1 ประเด็น โดยวันนี้ขอชี้แจงกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ตั้งข้อกล่าวหาว่าทาง สตชเคยเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม) ให้เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างมาแล้วมีหนังสือขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจและอาคารที่พักอาศัยให้กับข้าราชการตำรวจ เลขที่ 00096 /8096 ลงวันที่ 14 พย2551 เป็นหลักฐานเอกสารขอบอกว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ อ้างผิด และเป็นการอ่านเอกสารทางราชการไม่เข้าใจ หรือจงใจหรือไม่ เนื่องจากเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการและรูปแบบการลงทุนภาครัฐ นายสุเทพกล่าวว่า ในหนังสือดังกล่าวมีสาระคือ วิธีแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ที่บริษัท ธนารักษ์ฯ เสนอนั้น ต้องใช้เวลา 5 ปี และจะใช้งบประมาณมากกว่าวิธีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วจะเป็นภาระผูกพันงบประมาณกับรัฐบาลสูงมาก ฉะนั้น ทาง สตชจึงเห็นสมควรให้ ครมพิจารณาอนุมัติรูปแบบการลงทุน โดยการตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีผูกพัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2554 หลักฐานชัดเจน เขาไม่ได้พูดถึงวิธีการจัดจ้างเลย เขาพูดถึงวิธีการลงทุน แทนที่จะลงทุนโดยให้บริษัท ธนารักษ์ฯ ทำ ใช้วิธีแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ซึ่งคณะทำงานเห็นว่าแพงกว่าวิธีการตั้งงบประมาณรายจ่ายตั้ง 4,000 กว่าล้าน ในเวลา 5 ปี ถ้านานกว่านั้นก็ยิ่งแพงกว่านั้นอีก ก็ขอเสนอให้เปลี่ยนมาเป็นอย่างนี้ นายสุเทพกล่าวว่า จากนั้นเสนอในช่วงรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ปรากฏว่านายสมชายไม่ได้มีความเห็นอะไรเลย ไม่ได้เสนอเข้า ครมพิจารณา เพราะพ้นตำแหน่งเสียก่อน แต่หนังสือฉบับนี้ก็ยังอยู่เป็นหลักฐาน และคณะอนุกรรมการไต่สวนของปปชยกมาเป็นประเด็นกล่าวอ้างกับตนว่า สตชเคยเสนอ ครมเปลี่ยนวิธีจัดจ้างมาแล้ว เพื่อที่จะกล่าวหาตนต่อไปว่าเมื่อเปลี่ยนวิธีจัดจ้าง ต้องนำเสนอ ครมพิจารณาอนุมัติวิธีการจัดจ้างนั้น เขาเข้าใจผิด สับสน อ่านหนังสือไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจระหว่างรูปแบบการลงทุน กับวิธีการจัดจ้าง นายสุเทพกล่าว ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ พิจารณาโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง และติดตามการตรวจสอบการทุจริตด้วย ขอเล่าถึงบรรยากาศการพิจารณาเห็นชอบงบประมาณขณะนั้นคือ 1กรรมาธิการงบประมาณทุกพรรคการเมืองให้ความเห็นชอบการของบโครงการนี้จาก สตช ด้วยความเห็นใจข้าราชการตำรวจที่ต้องทำงานในโรงพักที่มีสภาพเก่าแก่ เสื่อมโทรม มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปีขึ้นไป ทั้งเห็นใจประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการที่มีสภาพแออัดยัดเยียด 2กรรมาธิการงบประมาณจากฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์บางท่านอภิปรายให้ความเห็น เพื่อความสะดวก รวดเร็วที่ข้าราชการตำรวจจะได้โรงพักใหม่เป็นสถานที่ทำงาน ควรกระจายการประมูลงานไปยังภาคหรือจังหวัด นอกจากจะรวดเร็วแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่มีโอกาสได้ทำงาน เป็นการกระจายทางด้านเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาค ไม่ควรรวมศูนย์การประมูลไว้ที่ส่วนกลาง สัญญาเดียว ซึ่งนอกจากสุ่มเสี่ยงต่อการทำการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามเวลาในสัญญา ยังไม่เป็นการกระจายทางด้านเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคซึ่งเป็นนโยบายของทุกพรรคการเมือง กรรมาธิการงบประมาณทุกท่านรวมทั้งตัวผม ต่างอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เห็นพ้องกันเป็นเอกฉันท์ไม่ให้รวมการประมูลงานไว้ที่ส่วนกลางเป็นสัญญาเดียว และให้ สตชกับสำนักงบประมาณไปดำเนินการให้เป็นไปตามข้อสังเกตของกรรมาธิการงบประมาณต่อไป ส่วนภายหลังจะมีการไปปรับเปลี่ยนที่ไม่ตรงกับข้อสังเกตของกรรมาธิการงบประมาณอย่างไรหรือไม่ หรือดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือไม่ เป็นเรื่องของ ปปช ซึ่งเป็นองค์กรในการตรวจสอบจะต้องค้นหาความจริงจากพยานหลักฐาน ที่ปรากฏอยู่ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายชวลิตกล่าวว่า ไม่อยากให้ ปปชและสังคมหลงประเด็นการตรวจสอบการทุจริต เพราะโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง วิญญูชนทั่วไปก็น่าจะเห็นแล้วว่า โครงการนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นแน่นอน หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ประชาชนและข้าราชการตำรวจเห็นตำตา คือ ภาพการก่อสร้างโรงพักที่ไม่เสร็จตามสัญญา มีแต่คานและเสาโด่เด่ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศประจานการประมูลโครงการ ไม่น่าจะยากเกินกำลัง ปปชในการตรวจสอบหาผู้กระทำการทุจริต ถ้าจะเอาจริง ไม่สองมาตรฐาน...

แอรอน

สนาม: อี้ปินนิวส์เน็ต

บทนำ:ชาวบ้านขานรับ ไทยนิยมยั่งยืน เร่งกระตุ้นใช้พลังงานทดแทน 23 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 09:51 น

เดิมพันฟรี ผลบอลวันนี
p9r | <动态当天时间> | อ่าน(936) | แสดงความคิดเห็น(455)
ที่ผ่านมา กฟน ได้ทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยนำเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานและยางรถยนต์เก่า นำมาทำเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และดักตะกอน เป็นระยะทางกว่า 1,100 เมตร พร้อมได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วพบว่า แนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยเสาไฟฟ้าสวมด้วยยางรถยนต์ ช่วยลดความแรงของกระแสน้ำทำให้มีปริมาณการสะสมของตะกอนหลังเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ต้นกล้าและลูกไม้ที่อยู่หลังแนวป้องกันมีปริมาณหนาแน่นขึ้น รวมถึงมีการกลับมาของสัตว์น้ำนานาพันธุ์และนกนานาชนิด มีแนวโน้มการอยู่รอดเพิ่มขึ้น ส่วนยางรถยนต์ที่สวมอยู่กับเสาไฟฟ้าจากผลการศึกษาไม่พบการสลายตัวที่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม หรือส่งผลกระทบทางลบต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตและป่าชายเลนแต่อย่างใด จากผลสำเร็จที่ กฟน นำเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนและไม่ใช้งานแล้วจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่างๆ นำมาปักเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนนั้น ทำให้ กฟน เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคหน่วยงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2018 ในสาขา Green Leadership เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ณ Manila Marriott Hotel กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ อีกด้วย นอกจากนี้ กฟน ยังเดินหน้าดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดยส่งมอบเสาไฟฟ้าในทุกโครงการเพื่อใช้กันคลื่นกัดเซาะบริเวณชายฝั่งทะเลเพื่อให้ครอบคลุมชายฝั่งทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน เป็นระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร【อ่านข้อความเต็ม】
znb | <动态当天时间> | อ่าน(543) | แสดงความคิดเห็น(823)
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 สค นี้ที่คณะนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานราชการของจีน พร้อมด้วยคณะนักลงทุน 500 รายจะมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าประชุมและดูลู่ทางการลงทุน โดยเบื้องต้นจะดูถึงความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นผู้บ่มเพาะนวัตกรรมสร้างสรรค์ และสตาร์ตอัพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยเป็นฐานเอสเอ็มอี พร้อมสร้างความเชื่อมโยงด้านระบบขนส่งคมนาคมกับจีนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งไทยและจีน【อ่านข้อความเต็ม】
cgb | <动态当天时间> | อ่าน(157) | แสดงความคิดเห็น(681)
สังเกตไหมว่า 2 มหกรรมกีฬาที่สุดจะคึกคักในอดีต อย่างเอเชียนเกมส์ และฟุตบอลโลก แต่พอมาถึง พศนี้ กลับสุดเงียบเหงา กระแสที่เคยโหม หรือสกู๊ปที่สมัยก่อนจะต้องมีการปูพื้นเป็นเดือนๆ สมัยนี้แทบไม่เคยเห็น ที่สำคัญคนจำนวนมากในประเทศยังแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่องไหนเป็นผู้ถ่ายทอดสด ปัญหานี้น่าขบคิดเป็นอย่างมากว่า สาเหตุมาจากอะไร 1เพราะทีวีดิจิตอล? ปัจจุบันทีวีมีหลายช่องมากเกินไป ทำให้ความสนใจในช่องใดช่องหนึ่งมีน้อยเกินไป? 2กฎ Must Have ของ กสทช ทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้ทีวีไม่กล้าลงทุน เนื่องจากการซื้อลิขสิทธิ์ในมูลค่าที่สูง แต่ไม่สามารถหาประโยชน์ได้เท่าที่ควร 3พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และทีวีกลายเป็นสื่อที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลง หรือจะมีสาเหตุอื่นๆ อีกก็แล้วแต่ แต่ผลที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสไม่ฮิต บรรดาผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการทำกิจกรรมล้อไปกัยทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวจ่ายไปแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายยิ่งทำให้มหกรรมกีฬาเหล่านี้ได้รับความสนใจลดลงไปอีก คำถามก็คือ อนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีนักลงทุนรายไหนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดให้รับชมอีก ซึ่งปัญหานี้จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ และเลวร้ายไปกว่านั้น คนไทยอาจจะต้องไปรับชมการถ่ายทอดกีฬาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแทน ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะในเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็เพิ่งตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ซื้อลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 878 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว แม้ว่าแผนธุรกิจของเฟซบุ๊กจะยังไม่ระบุว่า จะเป็นแบบใด รายได้ก็ต้องไหลออกนอกประเทศแน่นอน และเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม OTT ระดับโลก การควบคุมในเรื่องของคุณภาพและการใช้บริการ รวมถึงการให้เยียวยา ก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งถามว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมายอมให้ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งก็คิดว่ายาก เพราะหมายความว่า เขาจะต้องมาจดทะเบียน ทำธุรกิจทีวีในประเทศไทย ซึ่งมีความยุ่งยากมาก คิดว่าในทางปฏิบัติเขาไม่ทำแน่นอน คำถามคือ กสทชจะกำกับดูแล และคุ้มครองคนในประเทศไทยอย่างไร เรื่องนี้ข้อกฎหมายเดิมคงจะทำไม่ได้ และแนวโน้มของ OTT ต่างชาติก็เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ กสทชอาจจะต้องคิดอย่างจริงจังในการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT แบบใหม่ อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เรื่องของกฎ Must Have กีฬาสำคัญๆ ของ กสทชมีดังนี้ 1ซีเกมส์ 2อาเซียนพาราเกมส์ 3เอเชียนเกมส์ 4เอเชียนพาราเกมส์ 5โอลิมปิกเกมส์ 6พาราลิมปิกเกมส์ และ 7ฟุตบอลโลก ซึ่งเริ่มเห็นแล้วว่ามีปัญหา เพราะมันส่งผลให้ไม่มีสถานีทีวีช่องไหนกล้าจะลงทุนกับคอนเทนต์ ที่เหมือนซื้อมาแจกฟรี เดือดร้อนรัฐบาลต้องออกหน้าไปบีบคอสปอนเซอร์พันธมิตรมาช่วย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลปกติคงไม่สามารถจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้น กสทชจะต้องทบทวนกฎนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมันไม่ใช่ Must Have บนทีวีปกติแล้ว แอปพลิเคชัน OTT ก็มีการใช้ช่องโหว่ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนเช่นกัน มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรออีก เพราะตอนนี้แม้มีเอเชียนเกมส์ แต่มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นก็ควรหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกัน เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ชัดเจน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และที่สำคัญคนดูจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นเดิม【อ่านข้อความเต็ม】
4kc | <动态当天时间> | อ่าน(579) | แสดงความคิดเห็น(899)
สังเกตไหมว่า 2 มหกรรมกีฬาที่สุดจะคึกคักในอดีต อย่างเอเชียนเกมส์ และฟุตบอลโลก แต่พอมาถึง พศนี้ กลับสุดเงียบเหงา กระแสที่เคยโหม หรือสกู๊ปที่สมัยก่อนจะต้องมีการปูพื้นเป็นเดือนๆ สมัยนี้แทบไม่เคยเห็น ที่สำคัญคนจำนวนมากในประเทศยังแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่องไหนเป็นผู้ถ่ายทอดสด ปัญหานี้น่าขบคิดเป็นอย่างมากว่า สาเหตุมาจากอะไร 1เพราะทีวีดิจิตอล? ปัจจุบันทีวีมีหลายช่องมากเกินไป ทำให้ความสนใจในช่องใดช่องหนึ่งมีน้อยเกินไป? 2กฎ Must Have ของ กสทช ทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้ทีวีไม่กล้าลงทุน เนื่องจากการซื้อลิขสิทธิ์ในมูลค่าที่สูง แต่ไม่สามารถหาประโยชน์ได้เท่าที่ควร 3พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และทีวีกลายเป็นสื่อที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลง หรือจะมีสาเหตุอื่นๆ อีกก็แล้วแต่ แต่ผลที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสไม่ฮิต บรรดาผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการทำกิจกรรมล้อไปกัยทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวจ่ายไปแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายยิ่งทำให้มหกรรมกีฬาเหล่านี้ได้รับความสนใจลดลงไปอีก คำถามก็คือ อนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีนักลงทุนรายไหนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดให้รับชมอีก ซึ่งปัญหานี้จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ และเลวร้ายไปกว่านั้น คนไทยอาจจะต้องไปรับชมการถ่ายทอดกีฬาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแทน ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะในเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็เพิ่งตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ซื้อลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 878 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว แม้ว่าแผนธุรกิจของเฟซบุ๊กจะยังไม่ระบุว่า จะเป็นแบบใด รายได้ก็ต้องไหลออกนอกประเทศแน่นอน และเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม OTT ระดับโลก การควบคุมในเรื่องของคุณภาพและการใช้บริการ รวมถึงการให้เยียวยา ก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งถามว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมายอมให้ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งก็คิดว่ายาก เพราะหมายความว่า เขาจะต้องมาจดทะเบียน ทำธุรกิจทีวีในประเทศไทย ซึ่งมีความยุ่งยากมาก คิดว่าในทางปฏิบัติเขาไม่ทำแน่นอน คำถามคือ กสทชจะกำกับดูแล และคุ้มครองคนในประเทศไทยอย่างไร เรื่องนี้ข้อกฎหมายเดิมคงจะทำไม่ได้ และแนวโน้มของ OTT ต่างชาติก็เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ กสทชอาจจะต้องคิดอย่างจริงจังในการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT แบบใหม่ อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เรื่องของกฎ Must Have กีฬาสำคัญๆ ของ กสทชมีดังนี้ 1ซีเกมส์ 2อาเซียนพาราเกมส์ 3เอเชียนเกมส์ 4เอเชียนพาราเกมส์ 5โอลิมปิกเกมส์ 6พาราลิมปิกเกมส์ และ 7ฟุตบอลโลก ซึ่งเริ่มเห็นแล้วว่ามีปัญหา เพราะมันส่งผลให้ไม่มีสถานีทีวีช่องไหนกล้าจะลงทุนกับคอนเทนต์ ที่เหมือนซื้อมาแจกฟรี เดือดร้อนรัฐบาลต้องออกหน้าไปบีบคอสปอนเซอร์พันธมิตรมาช่วย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลปกติคงไม่สามารถจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้น กสทชจะต้องทบทวนกฎนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมันไม่ใช่ Must Have บนทีวีปกติแล้ว แอปพลิเคชัน OTT ก็มีการใช้ช่องโหว่ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนเช่นกัน มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรออีก เพราะตอนนี้แม้มีเอเชียนเกมส์ แต่มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นก็ควรหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกัน เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ชัดเจน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และที่สำคัญคนดูจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นเดิม【อ่านข้อความเต็ม】
sw4 | <动态当天时间> | อ่าน(41) | แสดงความคิดเห็น(130)
แผนการที่ล้มเหลวนี้ถูกวางไว้ให้สอดประสานกับแผนการโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ตในนครโฮจิมินห์เมื่อปีที่แล้วแต่ล้มเหลว และสมาชิกพีเอ็นจีวี 15 คนถูกตัดสินว่ามีความผิด【อ่านข้อความเต็ม】
uyp | 2021-05-05 | อ่าน(777) | แสดงความคิดเห็น(761)
ทั้งนี้ ในอนาคตมีการเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและจะมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทางทะเล ส่วนการดูแลอื่นๆกำลังซักซ้อมแผนกันต่อไป ในช่วงนี้ ชาวจีนไม่ได้เข้ามาจำนวนมากเนื่องจากเป็นฤดูฝนไม่ใช่ช่วงวันหยุดยาวอย่างไรก็ตาม ในเร็วๆนี้ได้ประสานกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทยและสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่งประสานงานกันเพื่อเดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจีนเป็นกระทรวงที่ตั้งใหม่คาดว่าจะเดินทางไปในช่วงเดือนกันยายนนี้ นายวีระศักดิ์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
h2o | 2021-05-05 | อ่าน(584) | แสดงความคิดเห็น(595)
เร่งถกจัดระเบียบถนนข้าวสารก่อนเริ่มจริง28สคนี้ 23 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 08:45 น 【อ่านข้อความเต็ม】
eez | 2021-05-05 | อ่าน(624) | แสดงความคิดเห็น(543)
สังเกตไหมว่า 2 มหกรรมกีฬาที่สุดจะคึกคักในอดีต อย่างเอเชียนเกมส์ และฟุตบอลโลก แต่พอมาถึง พศนี้ กลับสุดเงียบเหงา กระแสที่เคยโหม หรือสกู๊ปที่สมัยก่อนจะต้องมีการปูพื้นเป็นเดือนๆ สมัยนี้แทบไม่เคยเห็น ที่สำคัญคนจำนวนมากในประเทศยังแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่องไหนเป็นผู้ถ่ายทอดสด ปัญหานี้น่าขบคิดเป็นอย่างมากว่า สาเหตุมาจากอะไร 1เพราะทีวีดิจิตอล? ปัจจุบันทีวีมีหลายช่องมากเกินไป ทำให้ความสนใจในช่องใดช่องหนึ่งมีน้อยเกินไป? 2กฎ Must Have ของ กสทช ทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้ทีวีไม่กล้าลงทุน เนื่องจากการซื้อลิขสิทธิ์ในมูลค่าที่สูง แต่ไม่สามารถหาประโยชน์ได้เท่าที่ควร 3พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และทีวีกลายเป็นสื่อที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลง หรือจะมีสาเหตุอื่นๆ อีกก็แล้วแต่ แต่ผลที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสไม่ฮิต บรรดาผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการทำกิจกรรมล้อไปกัยทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวจ่ายไปแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายยิ่งทำให้มหกรรมกีฬาเหล่านี้ได้รับความสนใจลดลงไปอีก คำถามก็คือ อนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีนักลงทุนรายไหนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดให้รับชมอีก ซึ่งปัญหานี้จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ และเลวร้ายไปกว่านั้น คนไทยอาจจะต้องไปรับชมการถ่ายทอดกีฬาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแทน ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะในเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็เพิ่งตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ซื้อลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 878 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว แม้ว่าแผนธุรกิจของเฟซบุ๊กจะยังไม่ระบุว่า จะเป็นแบบใด รายได้ก็ต้องไหลออกนอกประเทศแน่นอน และเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม OTT ระดับโลก การควบคุมในเรื่องของคุณภาพและการใช้บริการ รวมถึงการให้เยียวยา ก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งถามว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมายอมให้ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งก็คิดว่ายาก เพราะหมายความว่า เขาจะต้องมาจดทะเบียน ทำธุรกิจทีวีในประเทศไทย ซึ่งมีความยุ่งยากมาก คิดว่าในทางปฏิบัติเขาไม่ทำแน่นอน คำถามคือ กสทชจะกำกับดูแล และคุ้มครองคนในประเทศไทยอย่างไร เรื่องนี้ข้อกฎหมายเดิมคงจะทำไม่ได้ และแนวโน้มของ OTT ต่างชาติก็เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ กสทชอาจจะต้องคิดอย่างจริงจังในการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT แบบใหม่ อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เรื่องของกฎ Must Have กีฬาสำคัญๆ ของ กสทชมีดังนี้ 1ซีเกมส์ 2อาเซียนพาราเกมส์ 3เอเชียนเกมส์ 4เอเชียนพาราเกมส์ 5โอลิมปิกเกมส์ 6พาราลิมปิกเกมส์ และ 7ฟุตบอลโลก ซึ่งเริ่มเห็นแล้วว่ามีปัญหา เพราะมันส่งผลให้ไม่มีสถานีทีวีช่องไหนกล้าจะลงทุนกับคอนเทนต์ ที่เหมือนซื้อมาแจกฟรี เดือดร้อนรัฐบาลต้องออกหน้าไปบีบคอสปอนเซอร์พันธมิตรมาช่วย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลปกติคงไม่สามารถจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้น กสทชจะต้องทบทวนกฎนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมันไม่ใช่ Must Have บนทีวีปกติแล้ว แอปพลิเคชัน OTT ก็มีการใช้ช่องโหว่ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนเช่นกัน มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรออีก เพราะตอนนี้แม้มีเอเชียนเกมส์ แต่มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นก็ควรหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกัน เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ชัดเจน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และที่สำคัญคนดูจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นเดิม【อ่านข้อความเต็ม】
tps | 2021-05-05 | อ่าน(692) | แสดงความคิดเห็น(261)
หลังจากมีประกาศให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ จะมีการเสนอแนวคิดทักษิโณมิกส์ เวอร์ชั่นใหม่นี้เข้าสู่กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และที่ประชุมพรรค เพื่อพิจารณาทำเป็นนโยบายของพรรคต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ความนิยมของพรรคเพื่อไทยพุ่งสูง และเป็นความหวังของประชาชนได้อย่างแน่นอน นายพิชัย กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
2ew | 2021-05-04 | อ่าน(110) | แสดงความคิดเห็น(611)
เรียกว่าค่อนข้างเกิน 50% แล้ว ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จะเป็นวันใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้งตามที่โหยหากันมา แต่ที่เหลืออีก 50% ที่ยังไม่แน่นอนนั้น ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ แม้ช่วง 1-2 วันนี้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) จะตอกย้ำในวันดังกล่าวก็ตามที แต่ อย่าลืมว่า ลุงตู่ ก็ยังมีสร้อยข้อความตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวันอังคารที่ระบุว่า ถ้าทำไม่ได้ ก็ค่อยว่ากันอีกที หรือในวันพุธที่ระบุว่า กุมภาพันธ์เหมาะสมแล้วแหละ จริงๆ เวลามันยังยืดไปอีกนะ แต่ผมก็ลดให้น้อยที่สุด ๐ ฟังกันแบบเต็มๆ ก็เลยต้องบอกว่า 50% เท่านั้น ส่วนอีก 50% คงต้องลุ้นกันต่อไป แต่ที่แน่ชัดแล้วก็คือ เรื่องการทำไพรมารีโหวต ที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการเข้ามาจัดการ เพราะ หัวหน้าคณะคืนความสุข รอที่จะเซ็นคำสั่งแล้ว หากฝ่ายกฎหมายอย่าง เนติบริกร วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชงเรื่อง มา ๐ ที่ขำไม่ออกคือ ท่าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) โดยเฉพาะ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช ที่ออกมาเร่งเรื่องดังกล่าวว่า สนชรอถกอยู่ พิโธ่! ก็กฎหมายที่คลอดออกมาจนสร้างความชุลมุนชุลเกทุกวันนี้ก็มาจาก สนชมิใช่เหรอ แต่ตอนนี้กลับทำเหมือนตัวเอกเป็น พระเอกขี่ม้าขาว ซะงั้น ๐ ดูเหมือนช่วงนี้ ปี่กลองทางการเมือง แม้จะยังไม่ดังเต็มเสียง แต่ในซีกของอดีตนายกฯ ที่พ่วงสถานะ นักโทษชาย-หญิง ที่หนีคำพิพากษาจำคุกในห้วงเวลานี้ ดูเหมือนจะใช้ โซเชียลมีเดีย ประกาศตัวตนอย่างถี่ยิบ โดยเฉพาะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งหลังจากหนีคำตัดสินจำคุก 5 ปีออกนอกประเทศไปนั้น ทำตัวโลว์โปร์ไฟล์มาตลอด แม้จะมีรูปแพลมมาช่วงหลังๆ ก็ไม่เคยมีการโพสต์ข้อความอะไรเลย แต่ช่วงนี้กลับออกมาตอบโต้ ลุงตู่ แบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว ๐ ไม่รู้ว่าได้ ยาดี หรือแรงกระตุ้นจาก พี่ชาย หรือเป็นการปูทางให้ใครบางคนที่จะมาถือธงนำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อย่างไร ก็ยากจะเดาได้ แต่ช่วงนี้ก็เหมือนการโยนหินถามผู้นำพรรคมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายเจ๊แดง ซึ่งพอเปิดมากลับไม่ได้เสียงตอบรับเท่าที่ควร เลยต้องเปิดชื่อล็อตสอง โดยให้บิดา สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกมาแทน แต่ ดูเหมือน ชายจืด ก็ยังไม่โดนใจคนเสื้อแดงในพรรคเท่าใดนัก เพราะสไตล์ยังไม่ถึงคำที่ว่า ใจถึงพึ่งได้ ๐ ที่สำคัญ ยุค 40 คนที่ จะเสนอชื่อลงชิงเก้าอี้นายกฯ นั้น ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ สสเขี้ยวลากดิน ที่แค่เห็นชื่อและหน้าตาในสังคม เรียกว่าผ่านสมรภูมิมานั้นขายไม่ออกแล้ว เพราะต้องไม่ลืมว่า เงา พรรคเพื่อไทยอย่าง อนาคตใหม่ ก็ยังชูคนรุ่นใหม่อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แล้ว การจะไปขุดไปลากคนรุ่น เฉลิม-จาตุรนต์-สมชาย-สุดารัตน์ มาขึ้นเสลี่ยงหามเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลนั้น บอกได้คำเดียว ถ้าทำจริง อย่าไปฝันถึง หิมะถล่ม ที่นายเหนือคุยโอ่เลย เพราะอย่างมากก็เป็นได้แค่ ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น ได้เท่านั้น แต่หากอยากสร้างปาฏิหาริย์เหมือนครั้ง นารีปู นั้น ชื่อของ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยคนแรกของ นายเหนือ ก็น่าสนใจ ไม่หยอก ๐ ดูง่ายๆ ขนาดพรรคปลาไหลอย่าง ชาติไทยพัฒนา เดิมทีก็เคยโปรโมต กัญจนา ศิลปอาชา ตั้งแต่ครั้งนายบรรหารยังกุมบังเหียนอยู่ ซึ่งใครต่อใครก็คาดว่าจะเป็นตัวตายตัวแทน แต่ปัจจุบันหัวเสือก็ เปลี่ยนมาเป็น ท็อป วราวุธ น้องชายแทน รวมทั้งวางตัว เสี่ยโต้ง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต สสศรีสะเกษ นักธุรกิจหลายพันล้านแห่งอีสานใต้มาเป็นมือขวา หรือเลขาธิการพรรคกันเลย จึงบอกได้คำเดียวว่าการเลือกตั้งครานี้เป็น ศึกเลือดใหม่ ของอดีตพรรคเก่าพรรคแก่ก็เป็นได้ และ เชื่อว่าในอนาคตหลังคลายล็อกเราคงได้เห็น นักการเมืองหน้าใหม่ เปิดตัวกันไม่เว้นวัน ทีเดียว ๐ หันมามองการเมืองการมุ้งในต่างประเทศกันบ้าง โดยเฉพาะในประเทศตำรวจโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา เมื่อ พอล มานาฟอร์ต อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกศาลรัฐเวอร์จิเนียตัดสินให้มีความผิดในคดีฉ้อโกง 8 คดีจากทั้งหมด 18 คดี ซึ่งเรื่องนี้ไปๆ มาๆ อาจจะร้ายแรงและกลายเป็นคดีที่ทำให้ ทรัมป์ ต้องปวดหัวอีกรอบนอกเหนือจากเรื่องกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 งานนี้สมกับสุภาษิตไทยที่ว่า ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก กันเลยเชียว ๐ ในขณะที่ ดินแดนปลาดิบ เองก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อ ชินโซ อาเบะ ที่นั่งนายกฯ อยู่ๆ มีแผนจะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) หรือง่ายๆ คือจะขอนั่งเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 3 นั่นเอง แหม! บอกแล้ว เก้าอี้อำนาจนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติหรือสีผิวใด ใครเคยได้นั่งแล้วก็อยากนั่งต่อ ไม่อยากลุกให้ใครทั้งนั้นแล ๐【อ่านข้อความเต็ม】
zd2 | 2021-05-04 | อ่าน(71) | แสดงความคิดเห็น(191)
คณะนักวิทยาศาสตร์เขียนในบทความที่เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันจันทร์ว่า หลายปีมานี้นักวิทยาศาสตร์รายงานถึงการพบสัญญาณว่ามีน้ำแข็งบนดวงจันทร์ แต่เป็นการสังเกตและอธิบายจากปรากฏการณ์อื่นๆ เช่น ดินบนดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงอย่างผิดปรกติ【อ่านข้อความเต็ม】
lhd | 2021-05-04 | อ่าน(956) | แสดงความคิดเห็น(633)
ท่านอย่านึกว่าพ่อปูจะเดินหน้า-ถอยหลังได้นะ มันก็เดินเอียงเหมือนกัน【อ่านข้อความเต็ม】
cj3 | 2021-05-04 | อ่าน(225) | แสดงความคิดเห็น(990)
สุเทพ โต้อนุกรรมการไต่สวน ปปช อ้างเอกสารผิด อ่านไม่เข้าใจ ปมสร้างโรงพัก ตร จวกแยกไม่ออกระหว่างรูปแบบลงทุน-วิธีจัดจ้าง ด้านเพื่อไทยปูด กรรมาธิการงบฯ ซีกประชาธิปัตย์เสนอเอง ไม่ให้รวมศูนย์การประมูลโครงการ 396 โรงพัก มั่นใจมีคนเอี่ยวทุจริต วอน ปปชตรวจสอบหาคนโกง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) ว่า นอกจากคณะอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จะตั้งข้อกล่าวหาใหญ่ๆ กับตนแล้ว ยังมีอีก 9 ประเด็นย่อยซึ่งจะขอนำเสนอวันละ 1 ประเด็น โดยวันนี้ขอชี้แจงกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ตั้งข้อกล่าวหาว่าทาง สตชเคยเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม) ให้เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างมาแล้วมีหนังสือขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจและอาคารที่พักอาศัยให้กับข้าราชการตำรวจ เลขที่ 00096 /8096 ลงวันที่ 14 พย2551 เป็นหลักฐานเอกสารขอบอกว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ อ้างผิด และเป็นการอ่านเอกสารทางราชการไม่เข้าใจ หรือจงใจหรือไม่ เนื่องจากเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการและรูปแบบการลงทุนภาครัฐ นายสุเทพกล่าวว่า ในหนังสือดังกล่าวมีสาระคือ วิธีแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ที่บริษัท ธนารักษ์ฯ เสนอนั้น ต้องใช้เวลา 5 ปี และจะใช้งบประมาณมากกว่าวิธีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วจะเป็นภาระผูกพันงบประมาณกับรัฐบาลสูงมาก ฉะนั้น ทาง สตชจึงเห็นสมควรให้ ครมพิจารณาอนุมัติรูปแบบการลงทุน โดยการตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีผูกพัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2554 หลักฐานชัดเจน เขาไม่ได้พูดถึงวิธีการจัดจ้างเลย เขาพูดถึงวิธีการลงทุน แทนที่จะลงทุนโดยให้บริษัท ธนารักษ์ฯ ทำ ใช้วิธีแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ซึ่งคณะทำงานเห็นว่าแพงกว่าวิธีการตั้งงบประมาณรายจ่ายตั้ง 4,000 กว่าล้าน ในเวลา 5 ปี ถ้านานกว่านั้นก็ยิ่งแพงกว่านั้นอีก ก็ขอเสนอให้เปลี่ยนมาเป็นอย่างนี้ นายสุเทพกล่าวว่า จากนั้นเสนอในช่วงรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ปรากฏว่านายสมชายไม่ได้มีความเห็นอะไรเลย ไม่ได้เสนอเข้า ครมพิจารณา เพราะพ้นตำแหน่งเสียก่อน แต่หนังสือฉบับนี้ก็ยังอยู่เป็นหลักฐาน และคณะอนุกรรมการไต่สวนของปปชยกมาเป็นประเด็นกล่าวอ้างกับตนว่า สตชเคยเสนอ ครมเปลี่ยนวิธีจัดจ้างมาแล้ว เพื่อที่จะกล่าวหาตนต่อไปว่าเมื่อเปลี่ยนวิธีจัดจ้าง ต้องนำเสนอ ครมพิจารณาอนุมัติวิธีการจัดจ้างนั้น เขาเข้าใจผิด สับสน อ่านหนังสือไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจระหว่างรูปแบบการลงทุน กับวิธีการจัดจ้าง นายสุเทพกล่าว ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ พิจารณาโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง และติดตามการตรวจสอบการทุจริตด้วย ขอเล่าถึงบรรยากาศการพิจารณาเห็นชอบงบประมาณขณะนั้นคือ 1กรรมาธิการงบประมาณทุกพรรคการเมืองให้ความเห็นชอบการของบโครงการนี้จาก สตช ด้วยความเห็นใจข้าราชการตำรวจที่ต้องทำงานในโรงพักที่มีสภาพเก่าแก่ เสื่อมโทรม มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปีขึ้นไป ทั้งเห็นใจประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการที่มีสภาพแออัดยัดเยียด 2กรรมาธิการงบประมาณจากฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์บางท่านอภิปรายให้ความเห็น เพื่อความสะดวก รวดเร็วที่ข้าราชการตำรวจจะได้โรงพักใหม่เป็นสถานที่ทำงาน ควรกระจายการประมูลงานไปยังภาคหรือจังหวัด นอกจากจะรวดเร็วแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่มีโอกาสได้ทำงาน เป็นการกระจายทางด้านเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาค ไม่ควรรวมศูนย์การประมูลไว้ที่ส่วนกลาง สัญญาเดียว ซึ่งนอกจากสุ่มเสี่ยงต่อการทำการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามเวลาในสัญญา ยังไม่เป็นการกระจายทางด้านเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคซึ่งเป็นนโยบายของทุกพรรคการเมือง กรรมาธิการงบประมาณทุกท่านรวมทั้งตัวผม ต่างอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เห็นพ้องกันเป็นเอกฉันท์ไม่ให้รวมการประมูลงานไว้ที่ส่วนกลางเป็นสัญญาเดียว และให้ สตชกับสำนักงบประมาณไปดำเนินการให้เป็นไปตามข้อสังเกตของกรรมาธิการงบประมาณต่อไป ส่วนภายหลังจะมีการไปปรับเปลี่ยนที่ไม่ตรงกับข้อสังเกตของกรรมาธิการงบประมาณอย่างไรหรือไม่ หรือดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือไม่ เป็นเรื่องของ ปปช ซึ่งเป็นองค์กรในการตรวจสอบจะต้องค้นหาความจริงจากพยานหลักฐาน ที่ปรากฏอยู่ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายชวลิตกล่าวว่า ไม่อยากให้ ปปชและสังคมหลงประเด็นการตรวจสอบการทุจริต เพราะโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง วิญญูชนทั่วไปก็น่าจะเห็นแล้วว่า โครงการนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นแน่นอน หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ประชาชนและข้าราชการตำรวจเห็นตำตา คือ ภาพการก่อสร้างโรงพักที่ไม่เสร็จตามสัญญา มีแต่คานและเสาโด่เด่ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศประจานการประมูลโครงการ ไม่น่าจะยากเกินกำลัง ปปชในการตรวจสอบหาผู้กระทำการทุจริต ถ้าจะเอาจริง ไม่สองมาตรฐาน【อ่านข้อความเต็ม】
uff | 2021-05-03 | อ่าน(642) | แสดงความคิดเห็น(365)
สังเกตไหมว่า 2 มหกรรมกีฬาที่สุดจะคึกคักในอดีต อย่างเอเชียนเกมส์ และฟุตบอลโลก แต่พอมาถึง พศนี้ กลับสุดเงียบเหงา กระแสที่เคยโหม หรือสกู๊ปที่สมัยก่อนจะต้องมีการปูพื้นเป็นเดือนๆ สมัยนี้แทบไม่เคยเห็น ที่สำคัญคนจำนวนมากในประเทศยังแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่องไหนเป็นผู้ถ่ายทอดสด ปัญหานี้น่าขบคิดเป็นอย่างมากว่า สาเหตุมาจากอะไร 1เพราะทีวีดิจิตอล? ปัจจุบันทีวีมีหลายช่องมากเกินไป ทำให้ความสนใจในช่องใดช่องหนึ่งมีน้อยเกินไป? 2กฎ Must Have ของ กสทช ทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้ทีวีไม่กล้าลงทุน เนื่องจากการซื้อลิขสิทธิ์ในมูลค่าที่สูง แต่ไม่สามารถหาประโยชน์ได้เท่าที่ควร 3พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และทีวีกลายเป็นสื่อที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลง หรือจะมีสาเหตุอื่นๆ อีกก็แล้วแต่ แต่ผลที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสไม่ฮิต บรรดาผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการทำกิจกรรมล้อไปกัยทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวจ่ายไปแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายยิ่งทำให้มหกรรมกีฬาเหล่านี้ได้รับความสนใจลดลงไปอีก คำถามก็คือ อนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีนักลงทุนรายไหนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดให้รับชมอีก ซึ่งปัญหานี้จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ และเลวร้ายไปกว่านั้น คนไทยอาจจะต้องไปรับชมการถ่ายทอดกีฬาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแทน ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะในเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็เพิ่งตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ซื้อลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 878 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว แม้ว่าแผนธุรกิจของเฟซบุ๊กจะยังไม่ระบุว่า จะเป็นแบบใด รายได้ก็ต้องไหลออกนอกประเทศแน่นอน และเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม OTT ระดับโลก การควบคุมในเรื่องของคุณภาพและการใช้บริการ รวมถึงการให้เยียวยา ก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งถามว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมายอมให้ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งก็คิดว่ายาก เพราะหมายความว่า เขาจะต้องมาจดทะเบียน ทำธุรกิจทีวีในประเทศไทย ซึ่งมีความยุ่งยากมาก คิดว่าในทางปฏิบัติเขาไม่ทำแน่นอน คำถามคือ กสทชจะกำกับดูแล และคุ้มครองคนในประเทศไทยอย่างไร เรื่องนี้ข้อกฎหมายเดิมคงจะทำไม่ได้ และแนวโน้มของ OTT ต่างชาติก็เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ กสทชอาจจะต้องคิดอย่างจริงจังในการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT แบบใหม่ อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เรื่องของกฎ Must Have กีฬาสำคัญๆ ของ กสทชมีดังนี้ 1ซีเกมส์ 2อาเซียนพาราเกมส์ 3เอเชียนเกมส์ 4เอเชียนพาราเกมส์ 5โอลิมปิกเกมส์ 6พาราลิมปิกเกมส์ และ 7ฟุตบอลโลก ซึ่งเริ่มเห็นแล้วว่ามีปัญหา เพราะมันส่งผลให้ไม่มีสถานีทีวีช่องไหนกล้าจะลงทุนกับคอนเทนต์ ที่เหมือนซื้อมาแจกฟรี เดือดร้อนรัฐบาลต้องออกหน้าไปบีบคอสปอนเซอร์พันธมิตรมาช่วย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลปกติคงไม่สามารถจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้น กสทชจะต้องทบทวนกฎนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมันไม่ใช่ Must Have บนทีวีปกติแล้ว แอปพลิเคชัน OTT ก็มีการใช้ช่องโหว่ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนเช่นกัน มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรออีก เพราะตอนนี้แม้มีเอเชียนเกมส์ แต่มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นก็ควรหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกัน เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ชัดเจน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และที่สำคัญคนดูจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นเดิม【อ่านข้อความเต็ม】
f3b | 2021-05-03 | อ่าน(544) | แสดงความคิดเห็น(60)
สังเกตไหมว่า 2 มหกรรมกีฬาที่สุดจะคึกคักในอดีต อย่างเอเชียนเกมส์ และฟุตบอลโลก แต่พอมาถึง พศนี้ กลับสุดเงียบเหงา กระแสที่เคยโหม หรือสกู๊ปที่สมัยก่อนจะต้องมีการปูพื้นเป็นเดือนๆ สมัยนี้แทบไม่เคยเห็น ที่สำคัญคนจำนวนมากในประเทศยังแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่องไหนเป็นผู้ถ่ายทอดสด ปัญหานี้น่าขบคิดเป็นอย่างมากว่า สาเหตุมาจากอะไร 1เพราะทีวีดิจิตอล? ปัจจุบันทีวีมีหลายช่องมากเกินไป ทำให้ความสนใจในช่องใดช่องหนึ่งมีน้อยเกินไป? 2กฎ Must Have ของ กสทช ทำให้เกิดปัญหา เพราะทำให้ทีวีไม่กล้าลงทุน เนื่องจากการซื้อลิขสิทธิ์ในมูลค่าที่สูง แต่ไม่สามารถหาประโยชน์ได้เท่าที่ควร 3พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และทีวีกลายเป็นสื่อที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลง หรือจะมีสาเหตุอื่นๆ อีกก็แล้วแต่ แต่ผลที่ชัดเจนคือ เมื่อกระแสไม่ฮิต บรรดาผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการทำกิจกรรมล้อไปกัยทัวร์นาเมนต์ ก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวจ่ายไปแล้วไม่คุ้ม สุดท้ายยิ่งทำให้มหกรรมกีฬาเหล่านี้ได้รับความสนใจลดลงไปอีก คำถามก็คือ อนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีนักลงทุนรายไหนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดให้รับชมอีก ซึ่งปัญหานี้จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ และเลวร้ายไปกว่านั้น คนไทยอาจจะต้องไปรับชมการถ่ายทอดกีฬาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติแทน ข้อสังเกตนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะในเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็เพิ่งตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ซื้อลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 878 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว แม้ว่าแผนธุรกิจของเฟซบุ๊กจะยังไม่ระบุว่า จะเป็นแบบใด รายได้ก็ต้องไหลออกนอกประเทศแน่นอน และเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม OTT ระดับโลก การควบคุมในเรื่องของคุณภาพและการใช้บริการ รวมถึงการให้เยียวยา ก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในไทย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ซึ่งถามว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมายอมให้ถูกควบคุมภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ ซึ่งก็คิดว่ายาก เพราะหมายความว่า เขาจะต้องมาจดทะเบียน ทำธุรกิจทีวีในประเทศไทย ซึ่งมีความยุ่งยากมาก คิดว่าในทางปฏิบัติเขาไม่ทำแน่นอน คำถามคือ กสทชจะกำกับดูแล และคุ้มครองคนในประเทศไทยอย่างไร เรื่องนี้ข้อกฎหมายเดิมคงจะทำไม่ได้ และแนวโน้มของ OTT ต่างชาติก็เข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ กสทชอาจจะต้องคิดอย่างจริงจังในการยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT แบบใหม่ อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยมาแก้ เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เรื่องของกฎ Must Have กีฬาสำคัญๆ ของ กสทชมีดังนี้ 1ซีเกมส์ 2อาเซียนพาราเกมส์ 3เอเชียนเกมส์ 4เอเชียนพาราเกมส์ 5โอลิมปิกเกมส์ 6พาราลิมปิกเกมส์ และ 7ฟุตบอลโลก ซึ่งเริ่มเห็นแล้วว่ามีปัญหา เพราะมันส่งผลให้ไม่มีสถานีทีวีช่องไหนกล้าจะลงทุนกับคอนเทนต์ ที่เหมือนซื้อมาแจกฟรี เดือดร้อนรัฐบาลต้องออกหน้าไปบีบคอสปอนเซอร์พันธมิตรมาช่วย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลปกติคงไม่สามารถจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้น กสทชจะต้องทบทวนกฎนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมันไม่ใช่ Must Have บนทีวีปกติแล้ว แอปพลิเคชัน OTT ก็มีการใช้ช่องโหว่ในการถ่ายทอดการแข่งขันฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งก็เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนเช่นกัน มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรออีก เพราะตอนนี้แม้มีเอเชียนเกมส์ แต่มหกรรมโอลิมปิกเกมส์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นก็ควรหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาคุยกัน เพื่อสร้างกติกาใหม่ที่ชัดเจน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และที่สำคัญคนดูจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเช่นเดิม【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-06

โปรโมชั่น ตัวสล็อต คื| วิธี เล่น slot machin| ลงทะเบียนฟรี อัพเลเวลเกมยิงปล| neily 777 slots| เว็บไซต์บันเทิงเครื่องสล็อต P| โปรโมชั่น เว็บพนันบอลออนไลน| หมุนเกมสล็อตแมชชี| ส่งเงินบาทไทย ทางเข้าhappyluk| 918kiss download for iphone 6s| 777 free slots games net| all joker movies list in order| โจ๊กเกอร์2929 zoom| ทางเข้าslotxo joker win| วิธีเล่น joker123 mini| dee slot joker number| vscr888 ดาวน์โหลด joox| 777 classic slots quote| สล็อตมือถื| jokerslot168 vn| รอยัลสล็อต777 ro| เว็บแทงบอ| วิธีสมัคร 918kiss you| 777 slots login today| ส่งเงินบาทไทย แจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก| ส่งเงินบาทไทย นักพนัน| ทางเข้า joker 123 th furniture| room joker123| 777 free slot machines| โปรโมชั่น 928bet ฟรี เครดิ| joker888 true wallet| 777free slots king| เดิมพันฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุ| free flaming 777 slots| การลงทะเบียนเครื่องสล็อตเพื่อส่งประสบการณ์ทอง 2| joker123 โปรโมชั่น messenger| โปรแกรมแฮก joker123 windows 10| ทดลองใช้ฟรี สล็อตเงินส| ส่งเงินบาทไทย สล็อต ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ำ 5| joker 123 th free download| joker123 th download ios xr| joker123th free download| สมัครสมาชิกjoker gaming windows 10| เดิมพันฟรี แจก user ทดลอง เล่น ฟร| วิธีเล่นสล็อต99| ลงทะเบียนฟรี เว็บพนันบอล ที่ดีที่สุ| กฎ นักพนั| download joker movie in english with subtitles| เดิมพันฟรี ทดลองเล่นสล็อตฟร| เดิมพันฟรี วิธี เล่น คา สิ โน สิงคโปร| วิธีเล่นสล็อต 918kiss en| ดาวน์โหลด เกมสล็อตออนไลน์ yesterday| joker สล็อต99 ig| เครดิต ฟรี 500 ถอน ได้201| สล็อต888คาสิโนออนไลน์ error| 918kiss download ios 6| 918kiss mobile ios| เดิมพันฟรี 188bet รับ โบนั| ทดลอง เล่น บา คา ร่| เงินฟรี empire777 ฟรี30| ทดลองใช้ฟรี เกมที่ทํารายได้มากที่สุ| สล็อตxo th| ทดลองใช้ฟรี ทดลองเล่นสล็อตออนไลน์ฟร| แจก เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 201| 7777 free slots ro| ลงทะเบียนฟรี เกมใหม่| ส่งเงินบาทไทย พนันบอลออนไลน์ฟร| joker สมาชิกใหม่รับ100 ig| download joker ost| 777 slots real money xyz| ทดลองใช้ฟรี ไลน์ sbobe| free 777 slots games download| riches888 you| all joker lines| ลงทะเบียนฟรี แจก user ทดลอง เล่น ฟรี ถอนได| สมัครสมาชิก โจ๊ก เกอร์ qatar| โหลด เกมส์สล็อต pg mu| vscr888 ดาวน์โหลด offline| joker สมาชิกใหม่รับ100 true| เว็บไซต์อุปกรณ์ต่อพ่ว| joker123th 2020 mobile| 918kiss 100 pubg| เกมยิงปล| 777 free slots games ios| ส่งเงินบาทไทย zynga poker panti| ส่งเงินบาทไทย แอดไลน์ รับเครดิตฟรี 100 บา| joker สล็อต99 mobi| ดาวน์โหลด918kiss pc youtube| 918kissme เครดิตฟรี hack| 777 slots bay village| วิธี เล่น สล็อต มังก| ทดลองใช้ฟรี คาสิโนลาว ออนไลน| สล็อต888คาสิโนออนไลน์ gaming| ไลน์ w8| joker สล็อต ฟรีเครดิต exe|